<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Sutenm.com &#187; AQ</title>
	<atom:link href="http://www.sutenm.com/tag/aq/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.sutenm.com</link>
	<description>อัจฉริยะประกอบด้วยความพยายาม 99% กับพรสวรรค์ 1%</description>
	<lastBuildDate>Wed, 28 Jul 2010 18:35:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>Q</title>
		<link>http://www.sutenm.com/q/</link>
		<comments>http://www.sutenm.com/q/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Aug 2008 16:02:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[AQ]]></category>
		<category><![CDATA[Emotional  Quotitent]]></category>
		<category><![CDATA[EQ]]></category>
		<category><![CDATA[Intelligence Quotient]]></category>
		<category><![CDATA[IQ]]></category>
		<category><![CDATA[Quotient]]></category>
		<category><![CDATA[S M I L E]]></category>
		<category><![CDATA[คำย่อ EQ]]></category>
		<category><![CDATA[จิตวิทยา]]></category>
		<category><![CDATA[ผู้ประสบความสำเร็จในชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[พัฒนา AQ]]></category>
		<category><![CDATA[แบบทดสอบ AQ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.sutenm.com/?p=19</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เอาเรื่องน่าสนใจมาฝากนะครับยาวไปหน่อยแต่มีประโยชน์ขอให้ค่อยๆ อ่านไปละครับ โดยเฉพาะตัวหนังสือสีนำเงิน ในปัจจุบัน คำย่อ “Q” (Quotient) ถูกนำมาวางหลังพยัญชนะตั้งแต่ A – Z คล้ายกับเป็นการเทียบอัตราส่วนในเรื่องหนึ่งๆ ว่าบุคคลมีระดับ “Q” นั้นมากน้อยเท่าใด การตั้งชื่อย่อที่ลงท้ายด้วยตระกูล “Quotient” จึงเป็นที่นิยมนำใช้นิยามกัน เพื่อการจดจำที่ง่าย และสะดวกในการนำมาใช้อธิบายเนื้อหาหรือแนวคิดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง และเป็นการประเมินวัดด้วยว่า บุคคลมีระดับ Q เป็นอย่างไร ชี้บ่งถึงลักษณะของผู้ที่มี “Q” ระดับสูง จนมาถึง “Q” ระดับกลุ่มต่ำ เพื่อจะได้นำมาพิจารณา ให้ความช่วยเหลือ หรือพัฒนาต่อไปได้อย่างมีทิศทาง  “Q” แต่ละ “Q” มีบทบาทที่ต่างกันออกไป ในการอธิบายและการนำไปใช้ด้วยเช่นกัน หากจะถอยเวลาไปประมาณหลายพันปี การบ่งบอกว่าใครคือผู้ที่จะได้ชื่อว่าเป็น “ผู้ประสบความสำเร็จ” หรือเป็นผู้นำกลุ่มได้ จะดูจากว่าบุคคลนั้น มีความกล้าหาญ (แสดงออกมาเห็นทางกาย) ผนวกมีพละกำลัง ความแข็งแกร่ง ความสามารถในการรบเป็นอย่างไร ไม่เว้นแม้แต่กษัตริย์ จำเป็นต้องเรียนรู้ทักษะด้านการสู้รบ การฝึกฝนด้านกำลังกาย ให้ร่างกายนั้นกำยำ แข็งแรง ผู้นำใดที่อ่อนแอ มักจะถูกแอบจ้องทำลาย หรือโค่นล้มความเป็นผู้นำลงด้วยการใช้กำลัง ดังปรากฏให้เห็นในประวัติศาสตร์ของหลายประเทศที่ได้จารึกไว้ หรือหากจะคำของตระกูล “Q” ก็คือ การวัดความเป็นผู้นำวัดได้จากระดับของความแข็งแรงหรือแข็งแกร่งของสุขภาพกาย (Health Quotient ; HQ) ผู้นำในสมัยนั้น จึงเป็นผู้ที่ต้องคอยปกป้องประเทศจากข้าศึกที่อาจจะโจมตีเข้ามา หรือรุกรานประเทศอื่น เพื่อล่าอาณานิคมขยายพื้นที่ของอาณาจักรให้แผ่ขยาย แสดงถึงอำนาจที่แผ่ขยายออกไป อย่างไรก็ตาม การนำผู้คนเป็นพันเป็นหมื่นเข้าไปสู้รบเพื่อนำชัยชนะกลับมาหรือการนำผู้พ่ายแพ้มาเป็นเชลย จะต้องแลกชีวิตกับชีวิตด้วยกันอยู่ตลอด การสูญเสียทรัพยากรบุคคล การล้มหายตายจาก การพลัดพรากบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว โดยเฉพาะลูกชาย หรือเพศชายเกิดขึ้นทั่วทุกหนแห่ง และเริ่มมีข้อสังเกตว่า ทำไมหลายครั้งของการออกรบ ผู้คนหรือจำนวนทหารที่มีเรือนหมื่นเรือนแสน กลับเอาชนะกลุ่มคนที่มีความชำนาญด้านการรบเพียงไม่กี่ร้อย ไม่กี่พันได้ กลุ่มคนเพียงน้อยนิด ทำอย่างไรจึงเอาชนะคนเป็นหมื่นเป็นแสน ซึ่งต่างกันเป็นหลายร้อยเท่าตัวได้ การให้ความสำคัญของ “ความฉลาดด้านสติปัญญา” จึงเริ่มเกิดมากขึ้น ราว 2,000 ปีที่ผ่านมา ผู้ที่จะเรียกว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จ และเป็นผู้นำชุมชน นอกจากจะเป็นมีความสามารถด้านการสู้รบแล้ว ยังควรจะมีความสามารถทางด้านสติปัญญาด้วย ไม่ใช่ถือความแข็งแกร่งเป็นตัววัดชัยชนะอย่างเดียว มีการให้คุณค่า และยกย่องกับกลุ่มบุคคลกลุ่มนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ แทนผู้นำที่มีแต่กำลังเพียงอย่างเดียว ที่มีแต่กร้าวและมุทะลุ  ต้นศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา เริ่มมีการศึกษาค้นคว้าด้านเชาวน์ปัญญากันมากขึ้น สังคมเริ่มเชื่อมากขึ้นเรื่อยๆ ว่า บุคคลที่มีเชาวน์ปัญญา สูงจะประสบความสำเร็จในการกระทำกิจกรรมทั้งปวง มากกว่าบุคคลที่มีสติปัญญาต่ำ และมีการบัญญัติศัพท์ของการวัดระดับความสามารถทางเชาวน์ปัญญาของบุคคลคือ Intelligence Quotient หรือคำย่อคือ I.Q. ขึ้นมา  ความเชื่อและค่านิยมที่ให้ความสำคัญกับ “คนเก่ง” ในสังคม จึงวัดกันที่ การเป็นคน [...]]]></description>
		<wfw:commentRss>http://www.sutenm.com/q/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
