เมื่อ Support Hostgator พูดไทย!


ปกติผมจะใช้บริการของ Hostgator เป็นหลัก ถึงแม้จะโดนพี่แกดัน ถีบ กระโดดแตะ ก็ตาม วันนี้พอดีผม Add โดเมนไปแล้วมันมีปัญหาคือมันเข้าไม่ได้ เปิด Ticket ก็ตอบช้าจริง เอาเป็นว่าใช้บริการ Live Chat Support ดีกว่าน่าจะเร็วที่สุด และแล้วก็ไม่ผิดหวัง..

Simon Le: ฉันมีตัวแปลภาษา
Simon Le: ฉันจะมองในสถานการณ์นี้ให้คุณได้จริงอย่างรวดเร็ว (แปลไทยเป็นไทย ฉันกำลังแก้ไขปัญหาให้คุณ)
Simon Le: คุณจะบอกได้ไหมว่าโดเมนหลักนี้อยู่ภายใต้ (กรุณาแจ้ง Primary domain ของคุณให้ฉันทราบ)
Simon Le: ขอบคุณมาก อิ่มจะไปโผล่ในและรอบ ๆ ตัวเล็ก ๆ ฉันจะมีสิทธิ์กลับ (ขอบคุณที่แจ้งข้อมูล XXXX แปลไม่ออก)
Simon Le: มีอะไรอีกบ้างที่ฉันสามารถช่วยให้คุณมีวันนี้
Simon Le: ขอบคุณมาก ฉันรักไทยและฉันรักโทนี่จาดังนั้นผมจึงต้องมองให้คุณเมื่อฉันสามารถ

รักแท้ คือ “เธอ” ใช่ไหม..

บทความนี้ได้คัดลอกมาจากในเว็บ pantip ซึ่งเขาก็บอกว่าเป็น FW เมลมาอีกท่อนหนึ่งครับ ไม่แน่ใจว่าเป็นเรื่องจริงหรือเปล่า แต่เรียกน้ำตาได้เลยครับ บทความนี้ยาวมากๆ แต่ก็อยากให้ทุกท่านที่ได้เห็นลองอ่านดูครับ รักแท้ คือ “เธอ” ใช่ไหม.. เป็นเรื่องราวความรักของป้อง ผู้ชายที่รักผู้หญิงสองคนพร้อมๆ กัน แต่.. ท้ายที่สุดเขาก็ต้องเลือกคนใดเพียงหนึ่งคนเท่านั้น..

ช่วงที่หนึ่ง

ผมเป็นคนต่างจังหวัด ได้มาทำงานอยู่ที่กรุงเทพตั้งแต่ผมอายุ 20 ปี แล้วพอผมเริ่มมีรายได้ ผมก็ได้สอบ เข้าศึกษาต่อที่สถาบันแห่งหนึ่งจนจบปริญญาตรี แล้วผมก็มี โอกาสได้ทำงานที่ดีๆ เป็นหัวหน้างานที่บริษัทแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ด้วยความที่ผมเป็นคนที่ทำงาน เก็บเงิน ไม่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แล้วก็เรียนจบ มาได้ด้วยตัวเอง ผมจึงมีเงินเก็บอยู่พอสมควร แล้ววันหนึ่งเพื่อนผมก็แนะนำให้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อ “ พลอย” พื้นเพของเธอเป็นคนต่างจังหวัดเช่นเดียวกันกับ ผม เธอเรียนจบแค่ ม.6 เธอนิสัยดี เงียบๆ ไม่แต่งตัว เธอเป็นคนอ่อนโยนมากในสายตาผม แล้วเธอก็ ชอบ ผม ผมคิดว่าเธอนี่แหละที่เหมาะสมกับผม เพราะ ผมไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวเก่ง ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ผมไปมาหาสู่และคบหากับเธอมานานเกือบสองปี เธอดูแล เอาใจ ใส่ผมดีมาก เธอปรนนิบัติผม เหมือนผมเป็น คุณชาย เธอบอกผมว่าบ้านเธอที่ต่างจังหวัดจนมาก พ่อแม่มีลูก 7 คน เธอเป็นคนที่ 3 เรียนจบได้ถึง ม.6 นับว่าโชคดีมากแล้ว เธอทำงานเป็นพนักงานรายวัน ที่ โรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง ผมขับรถไปส่งเธอทำงานทุกวัน เธอถามผมว่า ผมไม่อายคนอื่นเหรอ ที่มี แฟนเป็นแค่พนักงานรายวัน เธอมักพูดเสมอว่าผมกับ เธอไม่เหมาะสมกัน เธอบอกว่าผมน่าจะเจอคนที่เพียบพร้อมและเหมาะสมกับผม ถ้าผมไปเจอใครคนนั้น แล้ว ก็ให้บอกเค้า เค้ายินดีให้ผมไป ผมซาบซึ้งใจกับ สิ่งที่เธอคิดและพูดออกมา มากๆ มันยิ่งทำให้ผมสัญญากับตัวเองว่า ผมไม่มีวันทิ้งเธอแน่นอนต่อให้ผมไปเจอ ใครที่ดีกว่าเธอแค่ไหนก็ตาม ผมไม่สนใจครับ ผมรักเธอ เพราะเธอดูแลผมและรักผมมาก ผมไม่มีวันอายใคร เพราะตัวผมเองก็ไม่ชอบชีวิตที่หวือหวา ผมกินง่ายๆ นอนง่ายๆ นั่งรถประจำทางไปโน่นไปนี่ ผมมีเงินเก็บเยอะมากพอที่จะดูแลเธอได้ เราอยู่กันอย่างมีความสุขตลอด 2 ปี ผมกับเธอไม่เคยทะเลาะ กันเลย ผมสงสารเธอ เลยให้เธอย้ายมาอยู่กับผมจะได้ ไม่ต้องเสียค่าเช่าห้อง เราอยู่กินกันเหมือนสามีภรรยาโดยที่บ้านเราทั้งคู่ต่างรับรู้ แล้วกะว่าอีกสองปีคง ได้แต่งงานกัน ทุกอย่างเหมือนจะลงเอยด้วยดี…

เรื่องมันเริ่มต้นตรงนี้ครับ ผมทำงานที่นี่มาสองปีพอๆ กับช่วงเวลาที่ผมคบกับพลอย วันหนึ่งผมได้ยินเขาลือ กัน ว่ามีหัวหน้าบัญชีคนใหม่เข้ามาอายุยังไม่เยอะ แต่ได้เป็นหัวหน้าแล้ว และที่สำคัญเธอเป็นคนที่สวยมาก เธอชื่อ “น้ำ” ผมฟังแล้วก็หัวเราะแล้วพูดกับพวก ลูกน้องว่า บริษัทเรายังมีคนสวยอีกเหรอวะ หนุ่มๆ ทั้งหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่พากัน ตื่นเต้น ฮือฮากันใหญ่ ดูครึกครื้นกันเลยทีเดียว ผมก็เฉยๆ นะ คนสวยเหรอ ก็ แค่ สวย ไม่เห็นจะชอบเลย จนวันนึงผมเห็นเธอเดิน ผ่านมาที่โต๊ะผม ผมรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง เธอไม่ใช่คนสวย แต่เธอดูดีมาก แต่งตัวเนี๊ยบ ดูโดดเด่น กว่าใคร แล้วก็มีเสน่ห์มากๆ ผมแอบมองเธอทุกวัน แล้ววัน หนึ่งเธอก็เข้ามาติดต่องานผม ผมรู้สึกใจผมเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ทำอะไรประหม่าไปหมดเลย เธออมยิ้มที่เห็นท่าทางเก้ๆ กังๆ ของผม ส่วนผมเหรอ เธอถามอะไร ผมก็ตอบๆๆ เธอไป แต่ไม่กล้ามองหน้าเธอ แล้วเธอก็เดินกลับไป หลังจากนั้นเธอก็ส่ง mail มาคุยกับผมเรื่อยๆ ตอนแรกผมก็ไม่ค่อยกล้าคุยหรอก ผมคิดว่าเธออยู่สูงเกินไป ผมคงไม่ใช่คนที่เธอสนใจหรอก แต่เธอก็ส่งเมลล์มาถามโน่นถามนี่กับผมประจำ หลังๆ มาเราเริ่มส่ง mail คุยกันมากขึ้น แล้วเราก็เริ่มนัดกันไปกินข้าว ไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่กัน

กำลังสงสัยกันใช่มั้ยครับว่าผมเอาแฟน ผมไปไว้ไหน แฟนผมเธอทำงานเป็นพนักงานรายวันต้องเข้ากะ มัน ทำให้ผมมีเวลา ว่างมากพอที่จะไปไหนมาไหนกับน้ำ น้ำ เป็นคนเก่ง ร่าเริง เวลาเธอยิ้มแล้วเหมือนทั้งโลกหยุดหมุน ผมชอบมองเธอเวลาเธอยิ้ม ผมเอาใจเธอ ทุกอย่าง สารพัด ประหนึ่งเธอเป็นเจ้าหญิง เธอบอกว่าไม่ต้องทำขนาด นั้นก็ได้ เธอเกรงใจ แต่ผมบอกเธอว่า ผมอยากทำให้เธอมีความสุข เธอยิ้มแล้วก็บอกว่า “วันไหน ป้อง เบื่อแล้วบอกน้ำนะ เพราะที่ป้องทำให้น้ำทุกอย่างอ่ะ น้ำก็ทำเองได้ เพียงแต่ว่าน้ำเห็นป้องทำแล้วป้องดูมีความสุข น้ำก็มีความสุขที่ได้รับค่ะ” ผมบอกกับเธอว่า ผมไม่มีวันเบื่อ หรอก เราไปเที่ยวโน่นเที่ยวนี่กันบ่อยมาก เวลาว่างที่ผมมีทั้งหมด ผมทุ่มเทให้ น้ำจนผมแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ผมรับรู้ได้เลยว่าผมเริ่มเฉยชากับพลอย ผมกลับมาบ้านผมเห็น หน้าพลอยผมก็รู้สึกผิดในใจ แล้วก็ที่รู้สึกแปลกๆ ไป คือ ผม ไม่อยากกอดพลอย แต่พลอยเธอก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงาน ไม่เคยระแวงสงสัยอะไรในตัวผมเลย เธอยังคง ปรนนิบัติผมเป็นอย่างดี ไม่ขาดตกบกพร่องแต่อย่างใด ส่วนผมว่างปุ๊บ ก็รีบไปหาน้ำปั๊บ น้ำขี้อ้อนมาก เธอน่ารักเวลาอยู่ที่ทำงานเธอจะวางตัวเป็นผู้ใหญ่นิ่งๆ แต่เวลาอยู่กับผม เธอเหมือนเด็ก ช่างพูด แล้วก็โรแมนติก เธอทำให้ผมทึ่งในตัวเธอมากๆ เธอทำได้ทุกอย่าง เธอวาดรูปเก่งเจ้าบทเจ้ากลอน ร้องเพลงเพราะ เล่นกีตาร์ เปียโน ตีขิม รำไทย ทำ กับข้าวเก่ง ฉลาด แล้วก็เป็นคนโรแมนติกมากๆ

บางครั้งผมกลับมานั่งคิดดูนะ ว่า ผมกับเธอไม่เหมาะสมกันหรอก เธอสูงเกินไป เรียกได้ว่า เพอร์เฟคเลยทีเดียว อีกหน่อยถ้าเธอเจอ คนที่เค้าเพียบพร้อมแล้วก็เอาใจเธอมากกว่าผมเธอคงทิ้ง ผมไป ผมกลัวว่า ผมจะทำอะไรไม่ถูกใจเธอผมกลัวว่าเธอจะร้อน ผมกลัวว่าเธอจะหิว ผมกลัวว่าเธอจะเหนื่อย ผมระแวง ทุกอย่าง กลัวน้ำเค้าลำบาก แต่สิ่งที่ผมได้รับกลับมาคือ “รอยยิ้ม” เสมอ ซึ่งผม เห็นแล้วก็หายเหนื่อยแต่ลึกๆ ยิ่งคิดแล้วผมก็ยิ่งกลัว ผมกลัวว่าวันหนึ่งผมไม่ได้ดูแลเธอเหมือนตอนนี้ แล้วเธอจะเป็นยังไง เพราะงานผมจะมีช่วงที่ต้องออกต่างจังหวัดบ่อย เหมือนกัน ผมคิดไปต่างๆนานาจนเครียดผมไม่กล้าคิดกับน้ำมากเกินไปกว่านี้ ผมเจียมตัวผมเองครับ พลอยคือคนที่ผมพร้อมจะใช้ชีวิตอยู่ด้วย ผมไม่ต้องกลัวโน่นกลัวนี่ มีแต่พลอย ที่กลัวว่าวันหนึ่งผมจะไปจากเธอ พลอยไม่เคยเรียกร้องอะไรจากผมเลย เธอบอกแค่นี้เธอก็มีบุญมากพอ แล้วที่ ได้ผมเป็นแฟน ผมยิ่งย้ำเตือนตัวเองมากขึ้น ว่าพลอยคือคนที่ใช่ของเรานะ น้ำ คือคนที่อยู่สูงเกินไป ผมเตือนตัวเองทุกวันแต่หัวใจผมมันไม่หยุด มันยังรั้นแล้วก็ดื้อดึง ผมไปหาน้ำตลอด เวลาแค่ครึ่งชั่วโมง สิบยี่สิบนาที มีค่ามากสำหรับผมกับน้ำ เราใช้เวลา อยู่ด้วยกันคุ้มค่ามาก ระยะเวลา 3 เดือนที่ได้พูดคุย รู้จัก คบหากับน้ำ ไปไหนมาไหนกัน มันเต็มไปด้วย ความทรงจำที่ดี และความสุขที่สุดในชีวิต จนบางครั้งผมเผลอคิดไปว่าผมกับน้ำ เป็นแฟนกัน เพราะสิ่งที่เราแสดงออกต่อกันมันเป็นเช่นนั้น จนผมจำไม่ได้แล้วว่าความสุขของผมกับพลอย อยู่ที่ไหน ในหัวสมองผมมีแต่น้ำ น้ำ แล้วก็น้ำ Continue reading “รักแท้ คือ “เธอ” ใช่ไหม..”

รวมสุดยอดความน่ากลัว น่าหวาดเสียว น่าเหลือเชื่อ

คลิปนี้จะนำคุณไปดูความน่ากลัว น่าหวาดเสียว น่าเหลือเชื่อ จนคุณแทบจะหยุดหายใจเมื่อดู

คนอดทนคือคนโชคดี

ในการที่จะได้สิ่งที่ต้องการ สิ่งหนึ่งที่เราลืมตระหนักไปก็คือว่า บางครั้ง เราไม่สามารถได้ในสิ่ง ที่เราต้องการ ในเวลาที่เราอยากจะได้ บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่เรา จะทำได้ในการจะได้สิ่งที่ต้องการคือ   รอ ! นั่นคือ รอ.. เวลาที่เหมะสม

แล้วทำงานอย่างอื่นไปก่อน หรือตามความผันอื่น ที่ทำให้คุณมีความสุขและเกิดแรงบันดาลใจ  (เหตุผลนี้ ทำให้ผมมีความฝันหลายอย่างในเวลาเดียวกัน *  เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ว่า ความฝันบางอย่าง เราจำเป็นต้องปล่อยวางไปสักพัก เพราะยังไม่ถึงเวลาของมัน)

นั่นไม่ได้หมายความว่าเราขี้เกียจ รอปาฎิหาริย์ หรือรอโชค แต่บางครั้งเราสู้สุดฤทธิ์แล้ว พยายามทุกวิถีทางแล้ว มันก็ยังไม่สำเร็จสักที มองไม่เห็น “แสงสว่างปลายอุโมงค์” เลย

หมายความว่า ยังไม่ถึงเวลาของมัน เราต้องใช้ ความอดทน มากหน่อย ถ้าเวลาไม่เหมาะสม บางสิ่งที่คุณได้ไปก็ไม่มีประโยขน์

ถ้าคุณได้ตำแหน่งที่สูง ในเวลาที่คุณยังไม่พร้อม หรือมี “กับดัก” ล่ออยู่ แต่คุณไม่ทราบ ในตอนนั้น มีหลายครั้ง ที่ผมพลาดตำแหน่งที่ต้องการให้กับคนอื่นไป

ตอนแรกก็รู้สึกเสียใจ แต่พอเห็นเขาต้องออกจากงานนั้นภายในเวลาอันสั้น เพราะสถานการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของเขา เช่น  นัก ดนตรีสไตรค์ เป็นเวลาหลายๆ เดือน

ออร์เคสตราล้มละลาย หรือเขาทะเลาะกับเจ้านายทำงานด้วยกันยาก ทำให้ผมรู้สึก “โชคดี” ที่ไม่ ได้งานนั้น และก็รู้สึกว่า จริงๆ แล้ว ความอดทนก็มีค่าในตัวของมันเอง

คนที่ “ร้อนรน” ไม่มีความอดทน โกรธ หมดหวัง จะดึงดูด “โชคดี” เข้ามาหาไม่ได้ ไม่ค่อยมีใครอยากเข้าใกล้ หรืออยากจะช่วย คนที่ทำตัว “สบายๆ” น่าคบ ยิ้มแย้มแจ่มใส อดทน

ทำให้คนอื่นสบายใจเมื่ออยู่ใกล้ หรือทำธุรกิจด้วย สามารถที่จะมีโชคมากกว่า เพราะว่า “โชคดีของคุณ จะมาจากผู้อื่น”

มีหลายคนที่ไม่ เข้าใจดีเรื่อง กฎแห่งแรงดึงดูด ก็จะบ่นว่า ทำตามที่หนังสือบอกแล้ว แต่ไม่เห็นได้รับเลย

บาง ครั้งสิ่งที่เราต้องการ จะไม่เกิดขึ้นในเวลาที่เราต้องการ แต่พอเรา “ไม่สนใจ” มันไปสักพัก ไปทำอย่างอื่นที่น่าสนใจและให้แรงบันดาลใจกับเรามากกว่าในตอนนั้น สิ่งที่เราต้องการกลับวิ่งเข้ามาหาเราเองโดยไม่รู้ตัว

มีคนเคยถามแฮริสัน ฟอร์ดว่า ทำไมเขาถึงประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้ เขาตอบว่า “ ความอดทน” ทั้งอธิบายต่อว่า “ในวงการณฮอลลีวูด มีนักแสดงหลายคนที่อยากจะมีชื่อเสียง บางคนก็ล้มเลิกไปกลางคัน เพราะมองไม่เห็น “แสงสว่างปลายอุโมงค์” ผมไม่ได้วิเศษอะไร เพียงแต่ผมเป็น คนสุดท้ายที่ยืนอยู ในเวลาที่คนอื่นเขาเลิกกันไปหมดแล้ว”


จาก หนังสือกฏแห่งความโชคดี

คู่แข่ง คือ ครูคนสำคัญ

อาจารย์สอนยูโดชาวญี่ปุ่นอายุปูนปัจฉิมวัยคนหนึ่ง ชวนลูกศิษย์หนุ่มชาวอเมริกันเดินทอดน่องไปตามชายหาดยามเย็น ช่วงหนึ่งของการสนทนา อาจารย์ใช้ไม้เท้าขีดสองเส้นคู่ขนานลงไปบนผืนทรายขาวละเอียด เส้นหนึ่งยาวประมาณ 5 ฟุต อีกเส้นยาวประมาณ 3 ฟุต

“เธอลองทำให้เส้นที่ยาว 3 ฟุตยาวกว่าเส้นที่ยาว 5 ฟุตให้อาจารย์ดูหน่อยซิ”

เสียง อาจารย์บอกเป็นเชิงท้าทายอยู่ในที ลูกศิษย์อเมริกันหยุดคิดพินิจเส้นทั้งสองอยู่ครู่หนึ่ง ก็เผยยิ้มที่ริมฝีปากเหมือนค้นพบคำตอบ เขาบรรจงใช้เท้าข้างหนึ่งค่อย ๆ ลบรอยเส้นตรงที่ยาวประมาณ 5 ฟุตนั้นให้สั้นลงจนเหลือนิดเดียว โดยวิธีนี้เส้นที่ยาวราว 3 ฟุตจึงโดดเด่นขึ้นมาแทน ลบเสร็จเขาเงยหน้าสบตาอาจารย์พลางขอความเห็น

“เช่น นี้ใช้ได้หรือยังครับ”

ผู้เป็นอาจารย์ใช้ไม้เท้าเคาะ ศีรษะเขาเบา ๆ 1 ทีก่อนบอกว่า

“ใช้วิธีนี้ชีวิตเธอก็มีแต่จะล้ม เหลว รู้ไหมคนที่คิดจะยกตัวเองให้สูงขึ้นโดยการทำร้ายคู่แข่งนั้นไม่สู้ฉลาดเลย ทางที่ดีจงยกตัวเองขึ้นแต่อย่าลดคนอื่นลง”

ว่าแล้วอาจารย์ก็ขีด เส้นทั้งสองใหม่ แล้วสาธิตให้ดูโดยการปล่อยเส้นที่ยาว 5 ฟุตไว้อย่างเดิม แต่ขีดต่อเส้นที่ยาว 3 ฟุตให้ยาวขึ้นไปเป็น 10 ฟุต ฝ่ายลูกศิษย์ยังคงกังขา

“คู่แข่งของเธอไม่ใช่ศัตรู แต่คือครูของเธอ และเขา คือคนสำคัญที่จะทำให้เธอได้ก้าวไปข้างหน้าอย่างสง่างาม เธอลองคิดดูหากไร้เสียซึ่งคู่แข่ง เธอจะรู้ได้อย่างไรว่าตัวเองมีศักยภาพในการทำงานขนาดไหน ไม่มีอัปลักษณ์ เธอจะรู้จักความสวยงามได้อย่างไร ไม่มีน้ำขุ่น มีหรือเธอจะรู้จักน้ำใส คู่แข่งของเรายิ่งเก่ง ยิ่งฉลาดล้ำ ก็จะทำให้เรารู้จักขยับตัวเองขึ้นไปให้สูงส่งยิ่งขึ้น นักสู้ที่ดีนั้นเขายืนหยัดอยู่ในสังเวียนได้เพราะมีคู่แข่งที่เข้มแข็ง คู่ต่อสู้ที่อ่อนแอทำให้เราเป็นผู้ชนะ แต่ชัยชนะนั้นมักไม่ยืนยง

“คน ที่พยายามจะเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยการฆ่าน้อง ฟ้องนาย และขายเพื่อน ถึงแม้จะทำได้สำเร็จ แต่นั่นก็เป็นความสำเร็จที่ปราศจากเกียรติคุณ ไม่อาจเอ่ยอ้ายได้อย่างเต็มภาคภูมิ จงดูความสำเร็จของนักการเมืองที่ใช้เงินซื้อเสียงเข้าสภาเป็นตัวอย่าง แล้วเธอจะตอบได้เองว่าการเลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยวิธีที่ไม่ชอบธรรมกับการ เลื่อนตัวเองขึ้นไปโดยปล่อยให้คนอื่นได้ก้าวไปตามวิถีทางของเขาอย่างเสรี นั้นมีผลลัพธ์ต่างกันเพียงไร

“การเลื่อนตัวเองขึ้นพร้อมกับลดคนอื่นลง เธออาจชนะแต่ก็มีศัตรูเป็นของแถม เลื่อนตัวเองขึ้น แต่ไม่ลดคนอื่นลง เธออาจเป็นผู้ชนะพร้อมกับมีเพื่อนแท้เพิ่มขึ้นมากมาย วิธีไหนจะดีกว่ากัน”

ขอบคุณบทความจาก คุณ สาวิกา คู่แข่ง คือ ครูคนสำคัญ