ทำ Internet Marketing ก็กู้เงินซื้อบ้านได้

หลายๆ ท่านอาจจะคิดว่าคนที่ทำ Internet Marketing ไม่ว่าจะสาย Google Adsense, Amazon, CJ, CPA หรืออื่นๆ กู้เงินไม่ได้เพราะอาชีพอย่างเราๆ ไม่มีความมั่นคง แต่คงต้องเปลี่ยนความคิดกันใหม่แล้วละครับ เดียวนี้ธนาคารเขาเริ่มปรับมุมมองเกี่ยวกับสายงานเราใหม่แล้วครับ (ธนาคารที่ผมกู้ผ่านคือธนาคารไทยพาณิชย์ครับ ไม่ได้ค่าโฆษณานะครับ)

อาชีพ Internet Marketing ไม่มีความมั่นคงจริงหรือ?

ในมุมมองของธนาคารนั้นอาชีพที่มีความมั่นคงคืออาชีพที่ทำรายได้ให้อย่างสม่ำเสมอมาหลายปีครับ เช่นคุณทำ Amazon มา 1 ปีและมีรายได้เข้ามายังบัญชีธนาคารต่อเนื่องทั้ง 1 ปี (เป็นระยะเวลาที่ธนาคารดู) โดยธนาคารที่คุณกู้จะเช็คจากประเภทการโอนเงินที่เข้ามายังบัญชีรับเงินของคุณ หากเป็นบัญชีของธนาคารกรุงเทพก็จะระบุประเภทการโอนเงินเป็นตัวย่อไว้ว่า FTT (โอนเงินต่างประเทศขาเข้าผ่านโทรเลข)

ปัจจัยที่ทำให้การกู้ผ่าน? (เรียงลำดับจากความสำคัญ)

  • เครดิตบูโร (Credit Bureau) เป็นสิ่งที่ธนาคารทุกธนาคารจะตรวจสอบเป็นอย่างแรก หากคุณมีประวัติการชำระเงินล่าช้า มียอดหนี้คงชำระ มีประวัติการผิดนัดชำระในแต่ละสิ้นเดือนย้อนหลังไม่เกิน 36 เดือน จากบัตรเครดิตหรือสินเชื่อแล้ว คุณก็อาจจะกู้ไม่ผ่าน
  • รายได้และแหล่งที่มาของรายได้ ควรจะมีรายได้เข้ามาอย่างสม่ำเสมออย่างน้อย 1 ปี มีแหล่งที่มาของรายได้ชัดเจน หากทำ Amazon ก็ต้องนำประวัติการชำระเงินจาก Payment History ใน Account ของคุณมาแสดงให้ธนาคารเห็นอย่างชัดเจน ควรนำรายการขายสินค้าที่ขายได้ (Earnings Report) ส่งให้ธนาคาร ควรมีเว็บไซต์ตัวอย่างแสดงให้ธนาคารเห็น และควรมีหนังสือชี้แจงที่มาของรายได้ (ดังตัวอย่างนี้) ที่แสดงถึงข้อตกลงที่คุณยอมรับเมื่อตอนเข้าร่วมเป็นสมาชิก อธิบายถึงขึ้นตอนการเกิดรายได้อย่างชัดเจน ทั้งนี้คุณสามารถอธิบายทุกอย่างให้กับตัวแทนที่รับเรื่องได้แต่คุณไม่สามารถอธิบายให้กับผู้อนุมัติสินเชื่อได้ ดังนั้นหนังสือชี้แจงที่มาของรายได้นี้จะช่วยให้คุณสื่อสารกับผู้อนุมัติสินเชื่อได้โดยตรง
  • ความน่าเชื่อถือของโครงการบ้าน (ปัจจัยสามข้อต่อจากนี้ธนาคารจะมองเป็นปัจจัยรอง) เมื่อเราโดนยึดบ้านแล้ว ธนาคารจะต้องทำการขายทอดตลาด โครงการบ้านที่น่าเชื่อถือธนาคารจะช่วยให้ขายได้ง่ายขึ้น เป็นสิ่งที่ธนาคารป้องกันความเสี่ยงไว้
  • การเงินเก็บ การออมเงิน การที่คุณมีรายได้เข้ามาแต่ไม่มีการออมเงินเลย ตรงนี้ธนาคารอาจจะพิจารณาถึงความสามารถในการชำระหนี้ของคุณด้วย แต่หากคุณมีการเก็บเงิน ก็จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือขึ้นได้ ยิ่งใช้ Product ของธนาคารที่คุณกู้ด้วยแล้วธนาคารยิ่งชอบครับ ทั้งนี้คุณอาจจะแปลงเงินเก็บไปในรูปแบบของกองทุนรวม, ทองคำ, สลากออมสิน ก็ได้ครับเพียงแสดงหลักฐานให้ธนาคารดูเท่านั้นเองครับ หากเป็นทองคำก็นำหลักการซื้อและถ่ายรูปทองคำมาแสดง  หรือคุณอาจจะแปลงเงินเก็บเป็นในรูปทรัพย์สินเช่นรถ ที่ดิน อื่นๆ คุณก็นำหลักฐานเหล่านั้นมาแสดงให้ธนาคารดู (ดังเอกสารตัวอย่างข้างบน) คุณควรจะทำสรุปทรัพย์สินของคุณไว้ในหนังสือชี้แจงที่มาของรายได้ไว้เพื่อง่ายต่อการดู ทั้งนี้คุณก็ต้องแนบเอกสารทรัพย์สินของคุณไว้ท้ายเอกสารอย่างชัดเจน
  • ประสบการ์ณในการทำงาน ธนาคารอาจจะสอบถามคุณว่าคุณเคยผ่านการทำงานที่ไหนมาบ้าง ทำงานเกี่ยวกับอะไร หรือจบมาจากที่ไหน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือความสามารถในการชำระหนี้ของคุณ หากธนาคารไม่ถามคุณสามารถชี้แจ้งเพิ่มเติมเข้าไปได้ครับ

ทั้งนี้ธนาคารจะบังคับให้คุณทำประกันชีวิตด้วย หลายท่านอาจจะมองในแง่ลบ แต่การทำประกันนั้นก็มีข้อดีเช่นกัน ข้อแรกเลยก็คือเพื่อลดความเสี่ยงของธนาคารเอง หากผู้กู้เสียชีวิตบ้านที่กู้ไว้จะตกเป็นมรดกของคนข้างหลังทันที จะเป็นประโยชน์กับคนข้างหลัง ข้อสองคือเพื่อรับโปรโมทชั่นดอกเบี้ยเรทพิเศษ เช่น ดอก 3.5% 2 ปี โป๊ะได้ ปิดเมื่อไรก็ได้ หลังจากนั้น MRR -1.5% หรือ ดอก 0% 6 เดือน 3.5% เดือนที่ 7-24 หลังจากนั้น MRR -1.5% ปิดได้ในปีที่ 3 เป็นต้น

คุณสามารถตรวจสอบวงเงินที่สามารถกู้ได้จากลิงค์นี้ครับ จากลิงค์ผมลองคำนวณวงเงินกู้ได้ดังนี้ครับ รายได้ 20,000 ต่อเดือน กู้ได้ประมาณ 1 ล้าน รายได้ 40,000 ต่อเดือนกู้ได้ประมาณ 2.1 ล้าน รายได้ 60,000 ต่อเดือนกู้ได้ประมาณ 3.2 ล้าน ครับ สำหรับอาชีพอย่างเรา ให้นำรายได้หนึ่งปีย้อนหลังมารวมกันแล้วหาร 6 ลองนำรายได้ดังกล่าวไป คำนวณหาวงเงินกู้ที่สามารถกู้ได้ ในลิงค์ก็จะทราบวงเงินที่สามารถกู้ได้

แนะนำเทคนิค

  • เทคนิคแรกคือพยายามทำหนังสือชี้แจ้งให้ละเอียดที่สุด โดยที่ผู้อนุมัติสินเชื่อสามารถอ่านเพียงเอกสารนี้ก็สามารถเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำได้
  • ในขั้นตอนการสัมภาษณ์ พยายามอธิบายถึงประสบการ์ณในการทำงานของคุณว่าเคยผ่านงานอะไรมาก่อนหน้านี้ ตอนนี้มีรายได้เข้ามากี่ทาง (หลายๆ ทางยิ่งดี) เช่นทำ Amazon แต่ก็ทำ Google Adsense เป็นรายได้เสริม หรือมีรายได้จากงาน Offline อื่นก็ชี้แจ้งเพิ่มไป
  • ตอนสัมภาษณ์คุณอาจจะโดนถามว่ารายได้ของคุณไม่มั่นคง คุณแก้ปัญหายังไง ให้คุณตอบว่าคุณมีเงินเก็บเพื่อเป็นเงินสำรองยามฉุกเฉินไว้ 6-12 เดือน และหากกู้ผ่านก็จะเก็บเงินสำรองสำหรับผ่อนบ้านอีก 12 เดือนเพื่อป้องกันความเสี่ยงของรายได้ที่เกิดขึ้น เป็นต้น ไม่ใช่แค่ตอบอย่างเดียวนะครับ คุณควรจะปฏิบัติตามนี้ให้ได้ด้วย

รายละเอียดที่ผมได้เขียนขึ้นนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงตามเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร ท่านต้องลองสอบถามธนาคารที่จะทำการกู้ก่อนครับ ชาวเชียงใหม่ที่อยากกู้ลองติดต่อผมได้ครับ ทั้งนี้ขอขอบคุณความช่วยเหลือและคำแนะนำจากทุกๆ ท่านและขอบคุณสำหรับตัวอย่างเอกสารจากคุณต่อ (Tosakp) มา ณ ที่นี้ครับ ขอให้ชาว Intetnet Marketing ทุกท่านโชคดีและทำฝันของคุณให้สำเร็จครับ ฝากคำคมโหลๆ ไว้หน่อย “ฝันให้ไกลไปให้ถึง” ไปไม่ถึงอย่างน้อยๆ ก็ได้ลองทำมันก็ไม่เสียหายครับ ขอโชว์รูปบ้านปิดท้ายไว้ ภาพนี้ไม่ผ่านการตกแต่งใดๆ เลยครับ 🙂

หมายเหตุ

  • หากประกอบที่ 1 ข้อตกลงของ Amazon.com Associates Program (Agreement, 2010) รูปแบบที่แนบข้างบนไม่ชัดเจนสามารถไปโหลดได้จากลิงค์นี้ครับ มีบางท่านถามมาว่า จำเป็นมากไหมที่จะใช้ภาษาไทย ความจริงไม่ค่อยจำเป็นเท่าไรครับ แต่ส่วนตัวผมเคยแปลกฏของ Amazon ทิ้งไว้ตอนทำโปรเจคจบ เลยคิดว่าถ้านำออกมาใช่น่าจะสื่อสารได้ตรงกันมากกว่านะครับ

9 thoughts on “ทำ Internet Marketing ก็กู้เงินซื้อบ้านได้”

  1. โครงการภัทรีดา วิลล่าใช่ไหมค่ะ หนูก็ทำเรื่องก้แต่ไม่ผ่านหมดไปเลย เพราะเดินบัญชีน้อย ไม่มีเงินเก็บ

  2. @Mordoocherry ไม่ใช่ครับ โครงการ Land & House ครับ ยังไงผมก็แนะนำให้เริ่มเดินบัญชีนะครับ ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตให้ถูกต้อง แล้วก็จ่ายค่าบัตรให้ตรงเวลาด้วยครับ

  3. เหมือนภัทริดาวิลล่า ไปดูเหมือนกันแก่กลัวกู้ไม่ผ่าน รายได้30000 ถ้าไม่ผ่านคืนเงินไหม

  4. ใครไปดูบ้านภัทริดา มามีคำแนะนำอะไรมาบอกหน่อย

  5. ๑ K. Mordoocherry ภัทรีดา วิลล่า แปลงไหนครับที่กู้ไม่ผ่าน สนใจอยู่เหมือนกัน ราคาสมเหตุ สมผลดี

  6. ขอบคุณมากนะคะ ขอให้ธุรกิจเจริญก้าวหน้า เข้ามาขออนุญาติ print ไปอ่านเพราะค้าขายผ่านระบบอินเตอร์เน็ตเหมือนกันและต้องการกู้ซื้อบ้านให้แม่ค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *