แนวคิดการเริ่มต้นขายสินค้าบน LAZADA

     ปกติผมไม่เคยสอนใครมาก่อนเลยครับ ทุกอย่างที่ผมจะบอกไปมันเป็นประสบกาณ์ที่เกิดขึ้นกับตัวของผมเอง ซึ่งมันอาจจะดูเรียบเรียว่าง่าย แต่ความจริงทุกอย่างไม่มีอะไรง่ายๆ เลยครับ ผมเริ่มต้นขายของกับ LAZADA เมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้วได้ในสมัยที่ LAZADA ยังเก็บค่าคอมสูงสุดถึง 12% ค่าส่งก็แสนจะแพง (สมัยนั้นยังไม่มี Dropoff) แถมยังมีค่าปรับกรณีที่ส่งสินค้าช้าเข้ามาอีกด้วยวันละ 300 บาท  จึงเรียกได้ว่าเป็นยุคที่แม่ค้าที่ขายของบน LAZADA กินข้าวกับน้ำปลาเลย เพราะกำไรเหลือน้อยมากๆ ไม่คุ้มค่าจะจ้างใครมาช่วยงานเลย แต่ในปัจจุบันนี้ทุกอย่างได้ยกเลิกแล้วแต่มันก็ยังไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิดแถมยากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ซึ่งผมจะมาบอกแนวคิดว่าทำไมการเริ่มต้นขายสินค้าบน LAZADA มันถึงไม่ง่าย และมันเหมาะสมกับตัวคุณเองไหม?
Continue reading “แนวคิดการเริ่มต้นขายสินค้าบน LAZADA”

โปร Black Friday ตั๋วเครื่องบินราคาถูก บินต่างประเทศคุ้มสุดๆ

โปร Black Friday มา(อีก)แล้ว รอบนี้หลุดมาไม่แพงมากเริ่มต้นที่  1,377 บาท ตั๋วเครื่องบินราคาถูกแบบนี้ต้องจับจองแล้วครับ  แต่มีต่างจังหวัดอย่างกระบี่,ภูเก็ต ,เชียงใหม่ มาด้วย นอกจากกรุงเทพ เวลาบินก็ถือว่าดีมากครับ

กระบี่ – กัวลาลัมเปอร์ 1,377  
ภูเก็ต – ปีนัง 1,449  
เชียงใหม่ – ฮานอย 2,965  
กระบี่ – ฮ่องกง 3,288  
กรุงเทพ  – มะนิลา 4,744  
เชียงใหม่ – นาโกย่า 6,404  
กรุงเทพ – ซัปโปโร 7,191  
กรุงเทพ – โอซะกะ 7,291  
กรุงเทพ – โซล 7,390  
กรุงเทพ – ดึสเซลดอร์ฟ 12,434  

Continue reading “โปร Black Friday ตั๋วเครื่องบินราคาถูก บินต่างประเทศคุ้มสุดๆ”

การมาของ JD.co.th ในไทยกับผลกระทบต่างๆ

หลังจากที่ทาง JD ได้เปิดตัวไปเมื่อวันที่ 18/6/2018 ในไทย ผมได้ลองเข้าไปดูสินค้าและราคาในเว็บมาเลยอยากมาเขียนวิเคราะห์ตามแนวคิดส่วนตัวของผมเองนะครับ หากท่านใดยังไม่รู้จัก JD ลองเข้าไปอ่านบทความของที่นี้ได้ครับ ซึ่งขายสินค้าอยู่ทั้งบน Shopee และ LAZADA ขอแยกวิเคราะห์เป็นหัวข้อแบบนี้ครับ

ปล่อยวาง

 

มีบทความเรื่อง “ปล่อยวาง” มาให้ได้อ่านกันครับ บทความนี้มาจากใน Facebook Fanpage ธนาคารความสุข (Happiness Bank) ครับ อ่านแล้วประทับใจกลัวหาไม่เจอถ้าต้องการอ่านอีกครั้ง เลยเอามาแปะไว้ในเว็บตัวเองครับ

ในบรรดาคำพูด คำสอนดีๆหลายๆคำ ที่มักมีคนบ่นว่า…พูดง่ายแต่ทำยาก
เห็นจะต้องนับคำว่า “ปล่อยวาง” ไว้ด้วยคำหนึ่ง

มีหลายโอกาสในชีวิตที่เราเจอโจทย์ยากๆจนใจทุกข์
เจอหน้าใคร เป็นต้องพูดเหมือนๆกันว่าให้เรา “ปล่อยวาง” ซะ
หลายคนพอได้ยินแบบนั้นจะรู้สึกว่า พูดน่ะพูดง่าย คิดน่ะคิดได้
แต่เวลาจะลงมือทำ จิตมันไม่เอาด้วยเลย

แปลกดีนะครับ ทั้งๆที่จิตก็ไม่มีมือนะ
แต่สามารถยึดจับอะไรๆไว้มากมาย

ถ้าเราความจำดีแล้วมองย้อนไปในอดีต เราอาจแปลกใจว่า
ที่ผ่านมา เราแบกสิ่งที่ปากพูดว่า “อยากวาง” ไว้มากมายขนาดไหน

ถามว่าเพราะอะไร คำอธิบายง่ายๆอันหนึ่ง คือ..
จิตเรามันไม่เคยชินที่จะปล่อย ที่จะวางครับ

ตั้งแต่เล็กแต่น้อย จิตเรามักถูกเราฝึกเราสอน
ให้แสวงหา ให้ยึดมั่นถือมั่นไว้
มากกว่าจะถูกสอนให้รู้จักปล่อยให้รู้จักวาง

ถามว่า… แล้วจะให้ทำยังไง
ตอบว่า… ก็เริ่มหัดฝึกจะทำเหตุให้จิตเคยชินจะปล่อย จะวางบ้าง

เริ่มจากสิ่งที่ทำได้บ่อยๆ อย่างทำทาน แต่ทำด้วยจิตตรง
ทำทานด้วยจิตตรง คือทำด้วยจิตที่ยินดีในการได้ “สละออก”
ไม่ใช่ทำเพื่อเสริมมานะ ว่าเราดี เราเลิศ เราประเสริฐที่ทำ
ไม่ใช่ทำเพื่อให้ตัวเองรวย ตัวเองสวย ตัวเองได้ไปสวรรค์

ยิ่งถ้าสามารถทำอภัยทานด้วยใจ ไม่ใช่แค่ด้วยปาก
จะยิ่งได้ผลดีมาก เร็วมากครับ

เพราะอภัยทาน เป็นทานที่ต้องใช้ใจที่สูง
จะรวยล้นฟ้า ถอยซีรีส์เจ็ดเดือนละสิบเอ็ดคัน ก็อาจทำไม่ได้
ถ้าคุณภาพจิต คุณภาพใจไม่สูงพอจะสละความยึดมั่น
ว่าฉันดี ฉันถูก เขาเลว เขาผิด

ฝึกให้อภัยทานทุกวันวันละสามเวลา
แล้วจะพบว่าจิตแบกปัญหาน้อยลง

วิธีต่อมาคือการเรียนรู้จักตัวเอง ด้วยสติ
คนที่มีสติ รู้กายรู้ใจตามความเป็นจริง
ด้วยจิตตั้งมั่นและเป็นกลาง จะเกิดปัญญาเป็นโบนัสครับ

ปัญญามาจากการรู้เห็นความจริงว่า ทุกอย่างเกิดแล้วดับ
คงอยู่อย่างเดิมถาวรไม่ได้ บังคับสั่งตามใจอยาก ก็ไม่ได้

จิตที่มีปัญญา จะเริ่มเห็นความจริงตรงนี้
ใจก็จะเบาคลาย หายจากความโง่ทีละนิดละหน่อย
ไม่ยึดมั่นถือมั่นคาดคั้นเอาเป็นเอาตายเหมือนแต่ก่อน

ใครจะตอบโจทย์ ไม่ตอบโจทย์ ก็เรื่องของเขา
เราจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจสิ่งที่เขาคิด ไม่เป็นไร
แต่ถ้าอภัยให้เขาได้ เข้าใจได้ว่าโลกมันเป็นแบบนี้แหละ ใจเราก็สงบ

บางคนเถียงว่า อย่างดิฉัน ชีวิตนี้ไม่มีทางทำได้
งั้นก็แบกต่อไปนะครับ หนักเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เอง

เคยมีคนไปส่งการบ้าน ถามครูบาอาจารย์ว่า
ใจทุกข์มากแต่ก็ขี้เกียจยังไม่อยากภาวนา

ท่านตอบยิ้มๆว่า… จิตยังทุกข์ไม่พอ ก็ทุกข์ซะให้พอก่อนนะ
ทุกข์พอแล้ว ทนไม่ไหว เดี๋ยวจะขยันภาวนาเอง

เหมือนคนเห็นไฟไหม้ใกล้ๆ บ้านตัวเอง
ถ้ายังคิดว่าคงไม่ถึงบ้านเราหรอก ก็จะไม่ค่อยเดือดร้อน
ไม่สนใจดิ้นรนจะขนของ จะดับไฟ

แต่ถ้าเมื่อไหร่เห็นว่าไหม้แน่ วายวอดแน่ นั่นแหละ
จะรีบลุกมาจัดการดับไฟ ย้ายของอุตลุด

แต่จะทันไม่ทัน อันนั้นอีกเรื่องนะ : )

สุขสันต์วันที่จิตยังปล่อยบ้าง จับบ้างครับ

Continue reading “ปล่อยวาง”

Marina Bay Sands

Marina Bay Sands ได้รับการออกแบบจาก Moshe Safdie มีห้องพักถึง 2,561 ห้อง มี ห้าง, ศูนย์ประชม, พิพิธภัณฑ์, โรงละคร, ร้านอาหาร, สระว่ายน้ำที่สูงที่สุดในโลก และคาสิโนเอเทรียมใหญ่ที่สุดในโลก อยู่ในนี้

ค่าใช้จ่ายในการเข้าพักโรงแรมนี้เริ่มต้นที่หมื่นกว่าบาทครับ แพงน่าดู สระน้ำที่สูงที่สุดในโลกนั้นให้บริการเฉพาะผู้เข้าพักเท่านั้นครับ คุณสามารถขึ้นไปชั้น 56 ข้างบนซึ่งเป็นจุดชมวิวได้ในราคา $20 แต่ผมใช้เทคนิคนี้ครับ ขึ้นไปชั้น 57 ซึ่งเป็น Restaurant & Bar แล้วสั่งเครื่องดื่มทาน ราคาต่ำสุดอยู่ที่ $8 ครับ แค่นี้ก็ไม่ต้องเสียค่าขึ้น $20 แต่มาเสียค่าเครื่องดื่นแทนและได้เห็นวิวเหมือนกันเลยครับ

การเดินทาง (ข้อมูลจาก Wiki)

By Mass Rapid Transit (MRT):
– 4 mins walk from the Marina Bay.
– 10 mins walk from Promenade on the Circle Line.
– Bayfront on the Circle Line, operational in 14 January 2012 and upcoming Downtown Line, operational in 2013.

By public bus:
Services 97/97e, 106, 133, 502/502A, 518/518A, NR1 (Available on Fridays, Saturdays and eve of Public Holidays), and NR6 (Available on Fridays, Saturdays and eve of Public Holidays).

By water taxi:
Water taxis can be taken from Grand Copthorne Water Front, Raffles Landing Side, Boat Quay, River Side Point and Robertson Quay to Marina Bay Sands. Ticket ranges from 4S$ to 16S$.

Continue reading “Marina Bay Sands”